กลับมาเล่าถึงเรื่องราวของเช้าวันแรกที่กวางโจวกันต่อดีกว่า

กว่าจะขึ้นรถเมล์ได้ ลำบากพอดู แม้อาหมวยที่โรงแรมจะบอกเราตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าให้ขึ้นสาย 228 แต่พอมาถึงป้ายรถเมล์ เราก็ไม่รู้ว่าต้องขึ้นฝั่งไหน ที่ป้ายมีแต่อักษรภาษาจีนล้วนๆ ของอย่างนี้มันจึงต้องลอง เราลองขึ้นรถเมล์สาย 228 ดูจากฝั่งที่เรายืน ก่อนจะหยอดเหรียญ ก็ถามคนขับเสียหน่อยว่า "หัวเชอจั้น"  ที่แปลว่าสถานีรถไฟ คนขับก็ไล่ลง เป็นอันเดาได้ว่าน่าจะต้องขึ้นฝั่งตรงข้าม เราข้ามถนนไปขึ้นอีกฟากหนึ่ง แล้วเราก็ทำซ้ำเช่นเดิม งวดนี้คนขับพยักหน้า เป็นอันสอบผ่านด่านแรกของเช้าวันนี้ไปได้

ค่ารถเมล์ราคา 2 หยวน รถเมล์ในเมืองของที่จีนส่วนใหญ่ไม่มีทอนนะครับ เพราะฉะนั้นเตรียมเศษเงินไปด้วยก็ดี เพราะหยวนหนึ่ง ก็ราว 5 บาทกว่าๆ เวลาขึ้นให้ขึ้นด้านหน้า แล้วหย่อนตังค์ ส่วนเวลาลง ให้ลงประตูกลาง 

สถานีรถไฟกวางโจว

เราถึงสถานีรถไฟเกือบ 11 โมง เหตุเพราะออกจากที่พักสาย มัวสาละวนที่ป้ายรถเมล์อยู่นาน และรถเมล์ก็ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงจึงจะมาถึงสถานีรถไฟ ซึ่งคราคร่ำไปด้วยผู้คน เยอะ แบบเยอะจริงๆ เล่นเอาเมาผู้คน ถ้าเป็นฉากหนัง ผมก็คงกำลังเดินงงๆ อยู่ท่ามกลางภาพเคลื่อนไหวของผู้คนที่เหมือนเดินเร็วผิดปกติ

เราฝ่าฝูงชนจนได้ซื้อตั๋ว แต่แล้วก็พบว่าตั๋วรถไฟไปอันซุ่นเที่ยวเย็นหมด (จริงๆ ถ้าเตรียมการให้ดี สามารถจองตั๋วจากบ้านเราล่วงหน้าได้) เราไม่อยากให้การเดินทางต้องเลื่อนออกไป เพราะโปรแกรมแน่นเอี๊ยดยิ่งกว่าปลากระป๋องที่เพิ่มปริมาณเพื่อให้คุ้มราคา เราเลยใจเร็วล่วงหน้าซื้อตั๋วรถไฟจากอันซุ่นไปเฉิงตูเที่ยวเย็นรอบห้าโมงครึ่งวันที่ 20 เมษาฯ ในราคา 130 หยวนต่อคน โดยที่ยังไม่รู้เลยว่า "แล้วเราจะไปอันซุ่นได้อย่างไร"

ถูกต้องครับ...ก็ไปรถทัวร์สิ แถมรถทัวร์ก็น่าจะใช้เวลาเดินทางน้อยกว่ารถไฟ...เราเชื่อเช่นนั้น และใครต่อใครก็คงเชื่อเช่นนั้น

เราเดินไปซื้อตั๋วรถบัสทางไกลบริเวณสถานีที่อยู่ใกล้ๆ ที่เราเห็นตั้งแต่เมื่อคืน ปรากฏว่ามีตั๋วรถเที่ยวบ่ายโมงห้าสิบ ราคาคนละ 300 หยวน เทียบแล้วแพงกว่าค่าตั๋วรถไฟเอาการ คงเพราะขึ้นรถทัวร์แล้วน่าจะใช้เวลาน้อยกว่า วิ่งตรงเลย ไม่ต้องแวะจอดตามสถานีอย่างรถไฟ อย่างไรก็ตาม เมื่อเราก้มดูนาฬิกาข้อมือ คิดว่าไม่น่าจะทันกลับไปเอาของ อีกประการคือมากวางโจวแล้ว ควักเงินออกจากกระเป๋าไปตั้งหลายตังค์แล้ว ยังไม่ได้เที่ยวเลย ใจตอนนั้นเลยร้อนรนอยากเที่ยวสักหน่อยให้ชื่นชูใจ ก่อนที่จะต้องเดินทางไกลต่อ มิเช่นนั้นแล้ว ก็คงเหมือนกับเรายังไม่ได้มากวางโจว

เราถามพนักขายตั๋วว่า รถจากกวางโจวไปอันซุ่นจะใช้เวลาวิ่งนานเท่าไหร่ คำตอบที่ได้คือ 11 ชั่วโมง คิดสะระตะอย่างไวๆ แล้ว หากซื้อตั๋วของบ่ายวันถัดไป (19 เมษา) ก็จะถึงประมาณตีหนึ่ง วันรุ่งขึ้น (20 เมษา) ก็ยังมีเวลาเที่ยวน้ำตกที่อันซุ่น และขึ้นรถไฟต่อในตอนเย็น ซึ่งก็แทบไม่ต่างจากหากขึ้นรถไฟจากกวางโจวไปอันซุ่น (ยกเว้นแพงกว่า) เพราะก็จะถึงอันซุ่นในตอนเย็นวันที่ 19 เราก็จะได้เที่ยวน้ำตกในวันถัดไปอยู่ดี

เราตัดสินใจจองตั๋วรถล่วงหน้าหนึ่งวัน แต่พนักงานกลับไม่รับจอง ที่นี่ขายตั๋ววันต่อวันเท่านั้น ถ้าจะจอง ต้องไปซื้อตั๋วทีสถานีเทียนเหอ ความหวังที่จะได้เที่ยวบ้างสักนิดก็ยังดีเลยเหมือนกลายสภาพเป็นลูกฟุตบอลที่โดนเตะออกนอกสนาม หากต้องการเล่นต่อ ก็ต้องวิ่งไปตามเก็บมันกลับมา

งวดนี้เราต้องไปตามเก็บลูกฟุตบอลที่สถานีเทียนเหอ เดินทางสะดวกหน่อย เพราะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปเื่พื่อซื้อตั๋ว แต่คราวนี้ตั๋วรถกลับราคาคนละ 320 หยวน กลายเป็นว่าการจองตั๋ว เราต้องจ่ายเพิ่มอีก 20 หยวน เรางงๆ เพราะไม่เคยเจอระบบแบบนี้มาก่อน แต่ก็ควักเงินจ่ายไป แต่...ตอนจะยื่นเงิน เราก็ถูกเรียกเก็บอีกตั๋วใบละ 2 หยวน ...ผมควักเงินจ่ายไปด้วยสีหน้าจ๋องๆ เหมือนเด็กกำลังถูกจิ๊กโก๋หน้าปากซอยรีดเงินค่าขนมของวันนั้นไป

หลัีงจากที่เราเดินออกจากสถานีรถเทียนเหอแบบน้ำหนักในกระเป๋าตังค์เบาขึ้นเยอะ พี่ที่ไปด้วยก็เอ่ยปากว่า "ไหนๆ จะต้องค้างที่นี่อีกคืน เราน่าจะหาที่พักใหม่"

ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังจะมีใครเตะลูกฟุตบอลออกนอกสนามอีกแล้ว ผมเลยเป่านกหวีดขอเวลานอกทันที บอกพี่เขาไปว่า "เที่ยวกันก่อนดีไหม แล้วระหว่างทาง ถ้าเจอที่พักที่ไหน ค่อยแวะเข้าไปถามดู"

พี่เขาตกลงตามนั้น แต่พอเดินมาอีกประมาณสามก้าว พี่เขาก็เอ่ยปากอีกว่า "มื้อกลางวันนี้จะกินอะไรดี"

ผมเลยถามกลับว่า "พี่หิวแล้วเหรอ"

พี่เขาตอบว่า "ก็ยังไม่ถึงหิว แต่เห็นว่านี่มันบ่ายแล้ว"

"งั้นเราเที่ยวกันก่อน หิวแล้วค่อยกิน" ผมเป็นฝ่ายเขี่ยบอลเข้าสนาม

"ก็ได้" พี่เขาตอบ

เย้...ได้เที่ยวสักที จุดหมายแรกของการเที่ยวทริปนีคือวัดกวงเสี้ยว... (ไม่ใช่สะพานปลาหรือสนามฟุตบอล)

Comment

Comment:

Tweet

ตอนผมอยู่จีน ทำไมค่ารถมันหยวนเดียวเอง ตอนนี้ขึ้นแล้วหรอครับsad smile

#5 By hovelvideo on 2010-05-27 23:45

ดูการเที่ยวครั้งนี้ บึกๆ ถึกๆ ดีนะคับพี่

ขอเดาว่ากลับมาต้องล่ำ แน่ๆ confused smile

#4 By NAMPU planet on 2010-05-10 12:01

อ่านเพลินเลยค่ะ เห็นภาพเลยอารมณ์อยากเที่ยวแล้วมีเงื่อนไขโน่นนี่นั่น...ลุ้นไปด้วย. แล้วมาเล่าต่อนะคะ
**ช่างเปรียบเปรยจัง เหมือนเขี่ยบอลออกจากสนาม

หนังสือโลกของโซฟี ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ ไปหาอ่านได้ที่ไหนคะเนี่ย

#3 By Pat on 2010-05-09 09:27

โอ้วไปเที่ยวจีนด้วย
ขอรูปอีกครับเยอะๆ เลย confused smile

#2 By Mr.P on 2010-05-08 19:12

กว่าจะได้เที่ยว ดูเหมือนหนักเอาการอยู่

แต่ที่จริง พี่เค้าบอกถูกแล้วนะ เที่ยงแล้วก็ครวจะทาน

ถึงว่ากลับมาผอมเชียว ที่แท้ไม่ค่อยทานอะไรนี้เอง

ห่วงเที่ยวอ่ะดิ ว่าแต่ฉลาดเหมือนกันนะนี่ อุตสาห์ถามคนขับก่อน

#1 By (202.139.223.18) on 2010-05-08 12:28