(ห่างหายไปนาน รายละเอียดในความทรงจำก็เริ่มตกๆ หล่นๆ บนเส้นทางของเวลา)
เล่ากันต่อเลยดีกว่า...
 
19 เมษาฯ 53 การเดินทางจากกวางโจวไปอันซุ่น

หลังจากเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองกวางโจวแล้ว กำหนดการตอนบ่ายคือการเดินทางข้ามเมืองไปอันซุ่น ที่นี่มีน้ำตกที่ขึ้นทะเนียบว่าใหญ่ที่สุดในประเทศจีน
 
กว่าจะกินข้าวกลางวันเสร็จก็เที่ยงกว่า เราเร่งรีบกลับโรงแรมเพื่อเอาสัมภาระ เพื่อจับรถนอนซึ่งจะออกจากสถานีบ่ายโมงครึ่ง
 
ตะแรกเราคิดว่าเวลาชั่วโมงเศษเหลือเฟือที่จะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากพิพิธภัณฑ์ไปโรงแรม และจากโรงแรมไปท่ารถ แต่เอาเข้าจริง มันต้องขึ้นรถไฟฟ้าขบวนนั้นไปต่อขบวนนี้ ขึ้นๆ ลงๆ รถไฟฟ้าหลายเที่ยว และแล้วเหลือเวลาไม่ถึง 5 นาที เรายังอยู่บนขบวนรถไฟฟ้าอยู่เลย
 
ผมเริ่มใจไม่ดี เพราะเสียวันเดินทางมาแล้ว 1 วัน (เนื่องจากจองตั๋วรถไฟไม่ได้) ค่ารถก็ไม่ใช่ถูก ดังนั้นผมรีบจนพลอยเร่งเพื่อนที่ไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว ทั้งกึ่งวิ่งกึ่งเดินชนิดเร็วจี๋
เราไปถึงช่องขึ้นรถช้าไป 15 นาที ด้วยสภาพเหงื่อโทรมกาย แข้งขาล้าอ่อนแรง แต่จะเป็นเพราะความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น หรือเพราะดวง หรือเพราะอะไรก็ตามแต่...รถบัสทางไกลยังคงรอเราสองคน
 
เรายิ้มแก้มแทบปริอย่างราชันย์
 
รถบัสที่เราจองไว้เป็นรถนอนครับ รถนอนของเมืองจีนคือรถนอนจริงๆ ไม่ใช่เก้าอี้ที่เอนให้นอน
 
ผมไม่รู้ว่ารถนอนของเมืองจีนนั้นมีกี่ประเภท แต่ที่เห็นและได้สัมผัสชนิดหลังแนบเบาะ มันเป็นรถนอนที่มีเตียงสองชั้นสามแถว ขนาดเอาตัวซุกเข้าไปพอดิบพอดีสำหรับความสูงมาตรฐานชายไทย ส่วนรองเท้า เราต้องถอดตั้งแต่ก่อนขึ้นรถ แล้วยัดใส่ถุงพลาสติกวางไว้ข้างที่นอน ทีนี้ล่ะ รองเท้าใครเหม็นไม่เหม็น ก็ได้พิสูจน์กันในคราวนี้ สำหรับรถคันที่เราขึ้นนี้ ผู้โดยสารประปรายไม่เต็มคัน และยังปลอดกลิ่นไม่พึงประสงค์ครับ
 
 
ด้วยความล้า พอรถเคลื่อนตัวออกจากท่า ทั้งผมกับเพื่อนก็เลยหลับ หลับสบายไม่เหมือนนั่งสับพงกบนเมล์ ผ่านไปสองชั่วโมงได้ ผมกับเพื่อนจึงเริ่มงัวเงียตื่นขึ้น สายตามองผ่านกระจกออกไปนอกหน้าต่าง รถแล่นอยู่ในเมืองด้วยสภาพแออัด
 
"พี่ว่าเรายังอยู่ที่กวางโจวนะ" เพื่อนผมโน้มตัวมาข้างหน้ากระซิบผมที่นอนอยู่ด้านหน้า
 
"ไม่จริงหรอกพี่ เป็นไปไม่ได้ นีั่มันสองชั่วโมงกว่าแล้วนะ คงมาถึงอีกเมืองหนึ่งแล้วล่ะ" ผมยันตัวลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอนหันไปตอบอย่างคนมองโลกในแง่ดี ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างเอนตัวซุกเข้าไปในที่นอนเช่นเดิมตามระเบียบพักผ่อน
 
สักพักรถก็แล่นเข้าไปจอดที่สถานีรถสถานีหนึ่ง คนขับรถขึ้นมาตะโกนบอกอะไรไม่รู้ แล้วทุกคนบนรถลงกันไปหมด เราดีดตัวขึ้นราวกับเบาะร้อน ตกใจ ฟังอะไรไม่รู้เรื่อง แล้วนี่เราอยู่ไหน คนเหล่านั้นไปไหนกัน เอ่อ...ผมเอาตั๋วไปยื่นให้คนขับรถดู เขาก็ชี้ให้เรากลับไปยังที่นอน เฮ้อ...ก็ยังดี อย่างน้อยคงหมายความว่าเรามาถูกทาง
 
นอนคอยสักพักใหญ่ๆ คนขับรถก็มาพูดอะไรกับเราอีก อะไรล่ะ ฟังไม่รู้เรื่อง แล้วก็ทำทีจะเชิญเราลงจากรถ เอ่อ...แล้วถ้าเราลงไปแล้ว จะให้เราไปไหนอ่ะ
 
เราไม่ลง เพื่อนผมยืนยันว่าจะไปอันซุ่น พูดซ้ำๆ ว่า อันซุ่น อันซุ่น ...พร้อมชี้ที่ตั๋วว่าอันซุ่นโว้ย จนคนขับรถเป็นฝ่ายจำนน แล้วเดินลงจากรถไป ปล่อยให้เรานอนต่อด้วยความงุนงงและกังวล
 
นอนไปได้อีกแป๊บ คนขับรถก็มาพูดอะไรอีกไม่รู้ อะไรล่ะ ฟังไม่รู้เรื่อง สักพักก็มีพนักงานผู้หญิงอีกคนขึ้นมา แล้วก็เถียงกันเรื่องตั๋วของเราต่อหน้าเรา เถียงกันอยู่แป๊บ ฝ่ายผู้หญิงก็ล่าถอยไป
 
แล้วรถทั้งคันที่มีเราเพียงสองคนก็แล่นออกไป
 
และแล้ว...เมื่อรถนอนของเราโผล่พ้นตัวอาคารสถานีไปได้หน่อยเดียว นั่น...ความจริงเรื่องหนึ่งก็เฉลยออกมา เราเห็นสถานีรถไฟกวางโจว ...หรือนี่เป็นเพียงความฝันที่เล่นตลก
 
ผมกะพริบตาสามทีเรียกสติ มันไม่ใช่ความฝัน แต่ว่าเรายังคงอยู่ในกวางโจว แล้วไอ้อาคารสถานีนั่น มันก็คือที่ๆ เรามาซื้อตั๋วรถเมื่อวาน แต่เขาไม่ยอมขาย แล้วไล่ให้เราไปซื้ออีกสถานีหนึ่ง
 
ยังไม่จบครับ นี่เป็นฉากเริ่มต้นของการเดินทางจากกวางโจวไปอันซุ่น เพราะจะจบได้อย่างไร ในเมื่อเรายังไม่ได้ไปไหน สองชั่วโมงกว่าผ่านไป เรายังคงอยู่ในกวางโจว แล้วอย่าถามนะครับว่าสองชั่วโมงที่รถแล่นนั้นมันแล่นไปไหน เราตอบไม่ได้เพราะหลับ
 
ส่วนเรื่องที่เรามาสาย 15 นาทีแล้วรถยังคงคอยเรานั้น คงไม่ใช่เหตุผลเพราะความพยายามอยู่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น หรือเพราะว่าเราโชคดี แต่น่าจะเป็นเพราะสาเหตุอะไรก็ตามแต่นั่นล่ะมั้ง

Comment

Comment:

Tweet

โหววว สนุก มากเรย คราบบบ มา เขียน ต่อเร็วๆ ห้าห้า [แต่ที่จริงอยากรู้ว่า 2ชั่วโมงที่ หลับไป เค้า ขับไปไหน? ]หรือว่า ขับ วน ในเมือง รอบ 1 ??? อิอิ

#6 By Cinderella's Sister on 2011-08-01 04:04

สงสัยพี่ Kurt จะขี้เกียจมากๆ เล่นหายไปซะนานเลย

#5 By chat (182.232.69.143) on 2011-06-03 21:20

คุณ pat

ความขี้เกียจเข้าครอบงำน่ะครับ หุหุ

ที่นอนคล้ายกันคือเป็นเบาะ ส่วนบนจะทำให้สูงขึ้นนิดหน่อย ไม่ใช่เก้าอี้เอน แต่ที่นอนมันจะแคบกว้างที่นอนบนรถไฟ ความยาวก็เท่ากับหนึ่งเบาะ คือมันซุกตัวเข้าไปได้พอดี สำหรับฝรั่งที่สูงๆ คงลำบากทีเดียวsad smile

#4 By kurt on 2011-06-02 14:21

หายไปนานเลยค่ะสบายดีนะคะ

เพิ่งเคยเห็นรถนอนเนี่ยแหละค่ะ เวลานอนมันจะเหมือนรถไฟนอนมั๊ยคะเนี่ย

#3 By Pat on 2011-06-02 08:52

อ่านสนุกมากเลยฮ๊าฟ มาต่อไวๆนะเคอะ♥♥

Hot! Hot!

#2 By HineyHelsinki on 2011-06-01 21:05

ในที่สุดก็เข้ามาต่อซะที ว่าแต่ เข้ามาดูทุกวัน เมื่อวานยังไม่มี แต่มันบอกว่า ลง posted on 27 May 2011 17:13 by cinemaniarama งงจริงๆ

#1 By chat (49.229.98.74) on 2011-06-01 10:18